posted on 01 Sep 2009 12:39 by byebyeblue in sometimes
เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อได้อ่านอะไร ก็นำมาบอกต่อครับ
ได้มาจากมติชนสุดสัปดาห์ คอลัม อาหารสมอง
..........
Life is divided into three terms that
which was, which is, and which will be.
Let us learn from the past to profit bye the present,
and from the present to live better for the future.
ชีวิตแบ่งได้เป็น 3 ช่วง คือ
ช่วงเวลาของสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในอดีต เกิดขึ้นในปัจจุบัน และจะเกิดขึ้นในอนาคต
จงเรียนรู้จากอดีตเพื่อเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์สำหรับปัจจุบัน
และเรียนรู้จากปัจจุบันเพื่อทำให้มีชีวิตที่ดียิ่งขึ้นสำหรับอนาคต
William Wordsworth
(ยอดกวีชางอังกฤษ ค.ศ.1770-1850)
posted on 22 Jul 2009 14:01 by byebyeblue in sometimes
ไม่ได้คิดได้เขียนได้พิมพ์บันทึกอะไรเก็บไว้ในช่วงหลายวันหลายสัปดาห์ที่ผ่านนนนมา
วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากมาย แค่ว่าได้กลับเข้าไปอ่าน ความน่าจะเป็นฯ ตอนสุดท้าย จากเว็บ onopen
จึงขอยกท่อนเกือบสุดท้ายที่คุณวินทร์ ตอบ ปราบดา / มีนาคม 2552 มาลงไว้
................
การจากไปของหนุ่มวัย 28 แห่งสวนทูนอินเป็นการเตือนเราอีกครั้งว่า
ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ได้ใช้ แน่ละ ไม่ทุกคนที่สามารถใช้ชีวิตเต็มที่อย่างแก
"Live life to the fullest" หรือหากใช้ภาษาโฆษณาโซดาก็คือ ‘ซ่าทุกหยด’
มองว่า ‘ความเคราะห์ร้ายของชีวิต’ เช่นการเสื่อมสลายของสังขารและโรคร้าย
เป็นเพียงบันไดอีกขั้นหนึ่ง และก้าวไปจนถึงขั้นสุดท้ายอย่างมั่นคง
มีเมตตาและอารมณ์ขันจนหยดสุดท้าย
และหากเราทั้งหลายสามารถรักษาหยดโซดาชีวิตส่วนใหญ่ของเราให้ซ่าอยู่เสมอ
หรือพูดตามสำนวนของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ - ‘แซบอีหลี ดีลิเฌียส’ มันก็เป็นชีวิตที่ดี
..................
ชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป
บางที แค่เรามองมันอย่างเข้าใจ อาจไม่ต้องท่องแท้
"ไม่ยึดติด"กับมัน (คำนี้อยู่ที่การตีความของแต่ละคนละนะ)
พอเพียงอย่างเพียงพอ
ชีวิตก็คงเป็นไปอย่างเป็นสุขได้
รักและคิดถึงเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกท่าน
ก้าว 22/07/52
edit @ 25 Jul 2009 16:46:59 by [G]et [A]l[O]ng [W]ith
posted on 29 May 2009 15:14 by byebyeblue in sometimes
วันนี้ได้อ่านคอลัมท์หนึ่งในมติชนสุดสัปดาห์ อ่านจบก็ถูกใจ
ด้วยส่วนหนึ่งสถานที่ก็เป็นจุดที่คุ้นเคย
และข้อคิดที่ได้ก็ถูกใจยิ่ง จึงขอหยิบยกทั้งอันมาแบ่งปัน
............................
คอลัมท์ เครื่องเคียงอาหารสมอง โดยคุณวีรกร ตรีเศศ ใจความดังนี้
ผมได้รับจดหมายที่ทำให้ผมมีความสุข จาก คุณสุริชัย พิลึก เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของรัฐวิสาหกิจ
ใหญ่แห่งหนึ่งประจำจังหวัดเชียงใหม่ ขอนำความงดงามมาแชร์กันครับ
"...ผมค้นเจอข้อเขียนของอาจารย์ที่ตัดเก็บไว้และได้อ่านทบทวนอีกรอบนึง ชอบตรงที่ชีวิตเป็นเรื่อง
ของการเลือกทั้งสิ้น ถ้าคุณตัดไอ้ส่วนที่เป็นขยะออกไปแล้ว ทุกสถานการณ์คือการเลือกอย่างหนึ่งนั่นเอง
คุณเลือกที่จะมีปฏิกิริยาอย่างไรก็ได้ต่อสถานการณ์หนึ่ง คุณเลือกที่จะให้คนอื่นมีผลกระทบอย่างไรก็ได้
ต่ออารมณ์ของคุณ มันเป็นทางเลือกของคุณว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร...?
รุ่งเช้าของวันนี้ราวตี 5 ครึ่ง ผมแต่งชุดนักวิ่งไปออกกำลังกายตามปกติ โดยจอดรถมอเตอร์ไซค์
ไว้ที่สี่แยกป่าแดด แล้ววิ่งไปสถานีรถไฟสารภี อากาศเย็นสบายและฝนจะตกพรำ ๆ ด้วยซ้ำ ท้องฟ้ายังไม่สว่างดีนัก
วิ่งไปได้ราวครึ่งกิโลเมตร ผมพบรถปิกอัพคันหนึ่งเปิดไฟหรี่ไว้ แต่สภาพรถจอดขวางถนนกินเลนไป 1 เลน
ผมวิ่งทางขวามองไม่เห็นคนขับ เลยวิ่งแวะไปดู เห็นคนขับรถนอนอยู่ ศรีษะเอนไปกับเบาะที่นั่งคนขับ
ปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่น ดูสภาพแล้วเป็นคนเมาแล้วขับไปไม่ไหวเลยจอดนอน
เนื่องจากรถยังไม่มาก คิดว่าปล่อยให้นอนไปซักยี่สิบนาทีแล้วจะกลับมาดูอีกที
ผมรีบกลับมาอีกครั้งยังอยุ่ในสภาพเดิมครับ แต่ฟ้าเริ่มสว่างรถก็เริ่มมากขึ้น เลยหักกิ่งไม้ไปวาง
ไว้ทั้งหน้ารถและหลังรถ ปรากฏว่าคนขับเริ่มรู้สึกตัวก็เข้าไปบอกว่า พี่ครับจอดรถอย่างนี้อันตราย
ช่วยขยับรถให้ชิดข้างถนนจะดีกว่า สภาพของเขายังไม่เต็มร้อยเท่าไหร่ แต่ก็พอพูดรู้เรื่อง บอกว่า
น้ำมันรถหมด ผมก็บอกว่าให้รออยู่ก่อนเดี๋ยวจะมาหาวิธีช่วย แต่ขอไปเอารถมอเตอร์ไซค์ก่อน
ผมรีบไปเอารถอีกราวครึ่งกิดลเมตร ตอนนั้นฝนเริ่มตกมากกว่าเก่า เรียกว่าเปียกเลยแหละ
ขับรถมาถึงก็บอกว่าเดี๋ยวจะไปหาซื้อน้ำมันมาให้ ให้รออยู่ที่นี่แหละ เผอิญเขามีกระป๋องน้ำมันเครื่อง
อยู่ท้ายรถก็เลยกะว่าจะไปปั๊มน้ำมันแถวนี้มาเติมให้ เขาบอกว่าเงินเขาก็ไม่มีด้วย ผมบอกว่าไม่เป็นไร
และเผอิญอีกเช่นกัน ก่อนออกจากบ้านเอาเงินติดกระเป๋ามา 100 บาท เพื่อที่จะซื้ออะไรไปกินตอนเช้า
ผมขับรถวิ่งหาปั๊มน้ำมันอยู่พักใหญ่ ไปเจอเอาปั๊มน้ำมันอยู่ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ เลยสี่แยก
ไฟแดงหน้าอำเภอสารภีไปทางเชียงใหม่ ซื้อเบนซิน 95 ใส่กระป๋อง 50 บาท อีก 50 บาทจะได้
เหลือซื้ออะไรกินได้ ผมขับรถมาช่วยแกกรอกน้ำมันใส่รถ โชคชั้น 2 ก็เกิดขึ้นอีก แบตเตอรี่ที่เปิด
ไว้ทั้งคืนทำให้รถสตาร์ทไม่ติดครับ เอาละซี จะทำยังไงดี ผนก็ตก หาคนช่วยยากเต็มที แต่ก็ต้อง
ฝืนใจทำครับ เพราะไม่งั้นหาคนช่วยไม่ได้
ผมโบกรถมอเตอร์ไซค์ได้ 1 คัน รอนักวิ่งมาสมทบอีกคน เป็น 3 ไสครับ ไส ช่วยกันดัน กว่าจะติด
ก็เล่นเอาเหงื่อออกเพราะว่าน้ำมันใหม่เพิ่งใส่เข้าไปกว่าจะไปเลี้ยงคาร์บูเรเตอร์ที่ขับมาซะหมดสนิท
รถติดได้ผมก็โล่งใจ เขายกมือไหว้ขอบคุณ ถามชื่อแซ่ผมใหญ่ ผมบอกว่าไม่เป็นไรหรอกอยากเจอ
อีกก็มาหาได้ ผมวิ่งอยู่แถวนี้ประจำ ผมขอบคุณคนที่ช่วยดันรถอีก 2 คน และแยกย้ายกันกลับบ้าน
รวมเวลาที่ใช้ไปในงานนี้ก็เกือบชั่วโมง
ตั้งแต่เจอเขาตอนที่เขานอนหลับอยู่ในรถ ผมมีสองทางเลือก
(1) วิ่งจากไปโดยคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเรา
(2) ช่วยเหลือและเอาใจใส่เขาจนเขาสามารถขับรถกลับไปบ้านได้
ซึ่งผมก็ได้เลือกแล้ว ผมขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านด้วยรอยยิ้ม และวันนี้ผมนั่งทำงานด้วยความสุขทั้งวัน"
......................
เราทุกคนมีทางเลือกในการทำอะไรต่อมิอะไรเสมอผมคิดอย่างนั้นเสมอนะ
บางคนชอบบ่นว่าไม่ทางให้เลือก หรือจริง ๆ แค่เลือกที่จะไม่มีทางเลือก (เกี่ยวไรกะข้างบนเนี่ย)
หลาย ๆ ครั้งผมอยู่ในสถานการณ์ที่พบเจอคนที่ต้องการคนยื่นมือช่วย
ตัวผมเองกลับคิด โลเลอยู่เป็นนาน และหลายครั้งที่ผ่านไป แต่ในใจยังคิดอยู่
เรากลัวการช่วยเหลือคนอื่นหรือนี่....
แต่ก็มีบางครั้งที่ทำไปก่อนโดยไม่ทันที่จะโลเล
การที่โลกวุ่นวายมากขึ้น ทำให้จิตใจที่งดงามของผู้คนโดนฝุ่นควันบดบังไปมากหรือเปล่านะ
บทความนี้ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง pay it forward ที่เด็กน้อยคิดทฤษฎีการทำความดีแบบแชร์ลูกโซ่(ตั้งชื่อซะเสียเลยเรา)
การช่วยเหลือคนอื่น แม้จะเป็นการช่วยคนที่เป็นขโมย หรือคนแย่ ๆ คนหนึ่ง ที่ไม่รู้จะช่วยทำไม
แต่มันก็แสดงให้เห็นสิ่งที่เรียกว่าความดีในตัวเรา และมันสามารถถ่ายทอดต่อ ๆ กันได้สู่ผู้ที่เรายื่นมือช่วยเหลือ
เหมือนแสงสว่างน้อย ๆ ของเทียนหนึ่งเล่มเมื่อมารวมกันมันก็สว่างไสวมากขึ้น
สังคมเราจะดีขึ้นได้ตราบที่แสงสว่างของความในใจเรา
โอย....พิมพ์เองที่ไรวนไปวนมาทุกที
ใครผ่านมาอ่าน คิดเห็นอย่างไรก็บอกกล่าวกับบ้างนะครับ
อนึ่ง...อาจมีจุดให้สงสัยกันจากบทความ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
แถวบ้านผมมีแยกที่เรียกว่าแยกป่าแดดเหมือนกัน อยู่เส้นเชียงใหม่ลำพูน
จะเป็นสี่แยกก็ตรงทางข้ามทางรถไฟ
กับสี่แยกป่าแดดอีกที่ก็ตรงสะพานข้ามน้ำปิง เดาว่าไม่น่าใช่ตรงนี้
เพราะสถานีรถไฟสารภีอยู่เส้นเชียงใหม่ลำพูน
อีกอันนึงก็รถปิกอัพ แต่เติม 95 ก็ขอเดาว่าเป็น nissan nv ละกัน
เพราะคงไม่มียี่ห้ออื่นแล้วละมั้ง ที่บ้านก็มี nv อยู่คันนึงเหมือนกัน